สิงห์บลู เอาจริงหวังปิดจ๊อบ

สิงห์บลู เอาจริงหวังปิดจ๊อบ ลูกากู ก่อนปิดซีซั่น
เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวหวังปิดดีลคว้าตัว โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ของทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทัพให้ได้ ก่อนที่ศึกยูโร 2016 จะเริ่มขึ้น m88
สำหรับ ลูกากู ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้ว 18 ประตู ตามหลังดาวซัลโวอย่าง แฮร์รี เคน กองหน้าของทอตแนม ฮอตสเปอร์ อยู่เพียง 4 ประตูเท่านั้น ขณะที่ เชลซี กำลังมีปัญหาในแนวรุกอย่างหนักในฤดูกาลนี้ หลังจาก ดีเอโก คอสตา และ เอเดน อาซาร์ด นัดกันฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดลี สตาร์ สื่อของอังกฤษ ระบุว่า เชลซี ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในแนวรุก และหวังที่ปิดดีลคว้าตัวลูกากูมาร่วมทีมให้ได้ ก่อนที่ศึกยูโร 2016 จะเริ่มขึ้น โดยเชื่อกันว่า เชลซี อาจต้องจ่ายเงินถึง 50 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าขาดทุนยับ เพราะพวกเขาเคยปล่อยลูกากูให้เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัวเพียง 28 ล้านปอนด์เท่านั้น

นอกจาานี้ ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า มิราเล็ม ปานิช กองกลางทีมชาติบอสเนียฯ ของทีมโรมา กำลังเดินทางมาสู่กรุงลอนดอน เพื่อเจรจาเกี่ยวการย้ายมาร่วมทีมเชลซี ซึ่งมีรายงานว่า ทาง อันโตนิโอ คอนเต กุนซือทีมชาติอิตาลี ที่จะเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลซีในฤดูกาลหน้านั้น มีความชื่นชอบในตัว ปานิช เป็นอย่างมากอีกด้วย

ประโยชน์ของการดูหนังxxxอย่างที่คุณไม่เคยรู้

ประโยชน์ของการดูหนังxxxอย่างที่คุณไม่เคยรู้หากคุณกำลังมองหาหนังxและกำลังดูหนังxอยู่แล้ว อาจมีความสงสัยว่าหนังxที่ตนเองกำลังดูอยู่นั้น มีประโยชน์อะไรบ้าง หรือว่ามีแต่โทษอย่างเดียว อีกทั้งจำนวนครั้งในการดูหนังxมีผลต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันหรือไม่ เพื่อตอบคำถามนี้ ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ มาดูกันว่าประโยชน์จากการดูหนังxนั้นมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง วันละ 1 ครั้งสำหรับใครที่สามารถดูหนังxได้เฉลี่ยวันละไม่เกิน 1 ครั้งได้ ถือว่า ในแต่ละวันนั้นจะทำให้เลือดลมสูบฉีดเสมอๆ ยิ่งถ้าคุณมีแฟนด้วยแล้ว การดูหนังxวันละครั้งจะช่วยเติมความสุขให้กับชีวิตคู่ได้อย่างมากทีเดียวค่ะ เรียกว่าดูเสร็จก็ซั่มกันได้เลย ใครมีคู่ลองดูวันละครั้งนะคะสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การดูหนังx สัปดาห์ละครั้ง ก็มีข้อดีเช่นกันค่ะ กล่าวคือช่วยให้เรานั้น ไม่หมกมุ่นอยู่ในเรื่องของเพศมากเกินไป ทำให้มีเวลาในการทำการงานต่างๆได้มากยิ่งขึ้น กลายเป็นข้อดีประการสำคัญที่จะช่วยให้คุณ สามารถทำงานต่างๆแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกันนะคะ ดังนั้นใครดูหนังx แบบนี้ได้ถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดค่ะเดือนละ 1 ครั้ง

การดูหนังxเดือนละ 1 ครั้ง ถือว่าเป็นการดูหนังxที่ใช้เวลาในการดูน้อยที่สุด ในความคิดของผู้เขียนนั้นเห็นว่าน้อยเกินไปนะคะ เพราะอาจทำให้คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงนั้นอาจเข้าสู่ภาวะของการ sex เสื่อมได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว ไม่ถือเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อตัวเราเลยนะคะในช่วงที่ว่างตลอดสำหรับการดูหนังxแบบที่ว่าถ้ามีช่วงว่างตรงไหน ก็จะดูอย่างนี้ถือว่าจิตใจของคุณนั้นมีความหมกมุ่นอยู่ในเรื่องของเพศมากเกินไป และอาจทำให้การทำการงานต่างๆของคุณนั้นต้องเสียสุขภาพไปได้ ดังนั้นหากคุณเข้าข่ายการดูหนังxแบบนี้แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งนะคะที่จะต้องลด ละ เลิกให้ได้ หรือเปลี่ยนเวลาการดูให้นานกว่านี้จะดีที่สุดค่ะเป็นอย่างไรบ้างครับกับประโยชน์ของการดูหนังxจะเห็นว่าการดูหนังxแต่เพียงพอประมาณนั้นจะมีผลดีต่อร่างกาย และจิตใจของเรามากที่สุดนะครับ แต่การดูหนังxมากเกินไปนั้นไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆต่อร่างกายเลย และอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกานและจิตใจด้วย ดังนั้นดูหนังxกันแต่พอดีดีกว่านะคะ

 

โต๊ะอาหาร

โต๊ะอาหาร เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญของครอบครัว

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะพิถีพิถันในการเลือกซื้อโต๊ะอาหารหรือโต๊ะทานข้าวของครอบครัวเป็นพิเศษเพราะโต๊ะอาหารเป็นทั้งมุมทานอาหารที่เป็นหน้าตาเป็นตา รับรองแขกคนสำคัญ เป็นโต๊ะทำการบ้านของลูกเวลาที่คุณแม่เตรียมอาหารเย็น เป็นมุมพูดคุยของคนในบ้านเป็นที่ลงความเห็นตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างเรื่องเมนูวันรุ่งขึ้น จนไปถึงเรื่องใหญ่ ซื้อทีวีใหม่ ซื้อรถคันใหม่หรือจะต่อเติมห้องใหม่ โต๊ะอาหารก็เลยคล้ายจะเป็นสภาประจำบ้านไปอีกจุดหนึ่งนอกจากห้องนั่งเล่นแล้ว ฯลฯ

เพราะโต๊ะอาหารเป็นอะไรๆ ให้กับเราได้มากมายกว่าที่เราคิด เวลาจะเปลี่ยนโต๊ะอาหารตัวใหม่จึงต้องใส่ใจกับรายละเอียดของมันกันหน่อย วันนี้เรามาดูกันว่าพอจะมีหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการเลือกโต๊ะอาหารกันได้บ้าง

รูปทรงของโต๊ะอาหาร
สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านทุกคนจะคำนึงถึงก่อน คือรูปทรงของโต๊ะอาหาร ซึ่งหลักๆ ก็มีอยู่ 3 ทรงคือ
- โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส
- โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า
- โต๊ะกลม

ส่วนใครจะใช้โต๊ะทรงไหน ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ขนาดของห้อง งานตกแต่งภายใน และจำนวนสมาชิกภายในบ้าน แต่ก็พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ว่า

โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมจตุรัส ถ้าจะให้สวยก็จะนั่งได้ไม่เกินสี่คน เหมาะกับครอบครัวเล็ก อย่างสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยังไม่มีเจ้าตัวเล็ก และยังพอมีที่เหลือที่จะเชิญเพื่อนคนสองคนมาร่วมดินเนอร์ปาร์ตี้ได้ในบางมื้อ ขนาดโต๊ะก็มีให้เลือกตั้งแต่ 1.00ม. จนถึง1.20ม. เหมาะกับพื้นที่มีพื้นที่ไม่มากนัก หรือห้องที่ต้องแบ่งพื้นใช้งานร่วมกับครัวหรือมุมนั่งเล่น ส่วนใหญ่เราจะเห็นโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสกับการตกแต่งคอนโด อพาร์ทเมนท์ หรือเป็น breakfast nook ในบ้านที่มีโต๊ะอาหารอยู่แล้ว
โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นที่นิยมกันมาก เพราะมีรูปทรงร่วมสมัย เหมาะกับบ้านแนวโมเดิร์นที่เป็นที่นิยมกัน เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกินห้าคน เพราะทุกคนสามารถเอื้อมมือตักกับข้าวกันได้โดยที่ไม่ต้องลุกหรือยกชามกับข้าว หรือบ้านที่มีเสิร์ฟอาหารฝรั่งหรือประเภทอาหารจานเดียวอยู่บ่อยๆ และโดยเฉพาะกับบ้านที่มีการจัดเลี้ยงแขกเหรื่อที่ต้องเตรียมที่นั่งจำนวนมากเพราะสามารถรองรับคนได้จำนวนมากในพื้นที่ที่จำกัด อาหารที่เสริฟ์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารตะวันตกที่ไม่ต้องมีการแชร์อาหารกัน เพราะหากจำเป็นต้องตักกับข้าวร่วมกัน โต๊ะกลมก็อาจจะเหมาะสมกว่า ข้อเสียอย่างหนึ่งของการใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าในการรับรองแขกเหรื่อคือ การสนทนาในโต๊ะอาหารจะจำกัดอยู่เพียงคนที่นั่งรอใกล้วตัวเราเท่านั้น ขนาดของโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็มีตั้งแต่ 1.00×1.20ม. จนถึง 1.20×2.40ม. เหมาะกับห้องที่มีหน้ากว้างพอสมควร
โต๊ะกลม บ้านที่ถือธรรมเนียมจีนจะคุ้นเคยกับการทานอาหารโต๊ะกลมแบบนี้เป็นพิเศษ เพราะครอบครัวคนจีนส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ อยู่กันหลายคน เวลานั่งทานข้าวก็นั่งล้อมวงกัน สามารถเห็นหน้าเห็นตาและพูดคุยกันได้ทั่วทั้งโต๊ะ เสียแต่ว่าหน้าตาอาจจะดูไม่ค่อยทันสมัยสักเท่าไหร่ และเนื่องจากโต๊ะกลมมักจะมีขนาดใหญ่ เพื่อให้แต่ละคนตักอาหารได้อย่างทั่วถึง ด้านบนของโต๊ะมักจะหมุนได้ ต้องการตักอาหารจานไหนก็ใช้การเลื่อนเอา ไม่ต้องอาศัยไหว้วานให้คนข้างๆ ตักให้หรือต้องลุกขึ้นไปตัก ขนาดของโต๊ะก็จะมีตั้งแต่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.00 จนถึง 1.30ม. ภัตตาคารจีนจะนิยมใช้โต๊ะแบบนี้กันมาก
วัสดุและรูปแบบ
วัสดุและรูปแบบจะเป็นตัวกำหนดความสวยงามและสไตล์ของโต๊ะ โต๊ะกินข้าวที่เราคุ้นๆ กันส่วนใหญ่ก็จะเป็นโต๊ะไม้ทั้งตัวบ้าง โต๊ะไม้อัดหรือไม้ลามิเนตบ้าง โต๊ะพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาสบ้าง โต๊ะ top กระจกที่มีฐานเป็นอลูมิเนียมบ้าง ไม้บ้าง หินบ้าง แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน เนื่องจาก top หน้าโต๊ะเป็นส่วนที่มีการใช้งานค่อนข้างสูง เพราะโดนของร้อนของเย็น โดนกรดด่างเปรี้ยวเค็มจากเครื่องปรุงเครื่องเทศต่างๆ จึงควรมีพื้นผิวที่ทนต่อการใช้งานแและที่ลืมไม่ได้เลยก็คือต้องทำความสะอาดง่าย

เรื่องความปลอดภัยก็เป็นอีกเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะตามเหลี่ยมตามมุมโต๊ะ มักจะเป็นมุมแหลมที่ทำเอาเลือดตกยางออกได้ ควรเลือกแบบที่มุมโต๊ะที่มีความโค้งมน เพราะเด็กๆ ในบ้านอาจจะซุกซนวิ่งมาชนหรือผู้สูงอายุลุกนั่งแล้วเกิดเซมาชนหรือกระแทกได้

โต๊ะที่ดีต้องพอดีกับพื้นที่
สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงเวลาที่ไปเลือกโต๊ะอาหารก็คือต้องนั่งสบาย สวย พอดีกับจำนวนสมาชิกในบ้าน แต่บางทีก็ลืมหรืออาจจะยังไม่รู้ว่า ระหว่างโต๊ะกับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์จะต้องเว้นที่ว่างเอาไว้ ที่เขาเรียกกันว่า ระยะ clearance

ระยะ clearance ก็คือ ระยะห่างระหว่างโต๊ะอาหารกับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เราสามารถ ลุก นั่ง เดินไปมา รอบๆ โต๊ะได้อย่างสะดวก ไม่ต้องคอยหลบกันเองหรือต้องระวังไม่ให้ไปชนเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ด้านหลังทั่วไปแล้วจะกำหนดระยะไว้ที่ 1.25 ม.

สมมติว่าคุณมีห้องเปล่าๆ หรือพื้นที่โล่ง 3.00.x3.50ม. แต่เลือกโต๊ะยาว 2.40x 2.70 ม. เราจะเหลือพื้นที่ว่างระหว่างโต๊ะกับผนังแค่ด้านกว้าง 60 ซม. ด้านยาวอีก 80 ซม. นี่เรายังไม่ได้หักพื้นที่ที่หายไปถ้าเราวางเก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งอื่นๆ ในห้อง เช่น โต๊ะ ตู้ หรือชั้นวางของกันเลย ถ้าหักลบพื้นที่ที่จะต้องหายไป คุณจะเหลือพื้นที่ว่างอยู่เท่าไหร่กัน

สีทาบ้าน

เคล็ดลับสำคัญก่อนการเลือกสีทาบ้าน
หากคุณต้องการจะทาสีตกแต่งบ้าน แต่ไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกสีใด เคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกสีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของคุณ

1. คุณมีสิ่งที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจหรือยัง

ลองพลิกดูนิตยสารหรือข้อมูลทางออนไลน์ เช่น เว็บบล็อกต่างๆ หรือ Pinterest เพื่อรวบรวมรูปภาพที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ หรืออาจเก็บรวบรวมตัวอย่างงานผ้า สีทาบ้าน และวอลล์เปเปอร์จากร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งที่อยู่ใกล้บ้านคุณดูก็ได้ เมื่อคุณรวบรวมรูปภาพต่างๆ ในสไตล์ที่คุณชื่นชอบได้มากพอแล้ว ให้นำรูปเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่ารูปแบบในเฉดสีไหนและการจับคู่สีแบบใดที่ถูกใจคุณ จากนั้นให้ลองนำภาพทั้งหมดที่คุณเลือกมาสร้างเป็นบอร์ดรวมแรงบันดาลใจ (Mood Board) ของคุณดูก็ได้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้างโทนสี และแรงบันดาลใจในการตกแต่งอย่างที่คุณต้องการ
2. คุณต้องการให้มีเฟอร์นิเจอร์ใดในห้องนี้บ้าง

คุณต้องการจะเก็บรักษาพรม ผ้าม่าน เก้าอี้โซฟา หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดไว้บ้าง ถ้าของตกแต่งและของใช้เหล่านี้เป็นโทนสีกลาง ก็จะไม่ส่งผลต่อเฉดสีที่คุณจะใช้ทาตกแต่งห้องมากนัก หากคุณต้องการเก็บรักษาเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่มีสีสดสว่างหรือเข้มจัด คุณอาจต้องใช้สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลือกพาเลทท์สีของคุณ
3. จะใช้พื้นที่อย่างไรดี

กำหนดฟังก์ชันการใช้งานของห้องที่จะทาสีเพื่อที่จะตัดสินใจเลือกบรรยากาศของห้องที่คุณต้องการ คุณกำลังจะตกแต่งห้องนอนเพื่อใช้พักผ่อนอย่างเดียว หรือใช้เป็นห้องทำงานหรืออ่านหนังสือด้วย หรือห้องครัวนี้จะใช้ประกอบอาหารอย่างเดียว หรือเป็นที่รับรองแขกด้วยเช่นกัน การถามคำถามเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในขั้นตอนการตกแต่งจะช่วยให้คุณสามารถจัดวางพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และสามารถกำหนดบรรยากาศของห้องที่คุณต้องการจะสร้างสรรค์ได้
4. ห้องนี้จะใช้งานในช่วงเวลาใดบ่อยที่สุด

ห้องนี้จะใช้งานมากที่สุดในช่วงเช้า บ่าย เย็น หรือตลอดทั้งวัน ปริมาณแสงตามธรรมชาติที่ส่องเข้ามาในห้องจะส่งผลต่อสีที่คุณใช้ทาตกแต่งห้อง หากผนังห้องได้รับแสงแดดโดยตรงในระหว่างวัน คุณอาจต้องทาสีที่เข้มขึ้นสักนิดเพื่อป้องกันสีซีดจางเนื่องจากต้องเผชิญกับแสงแดดจ้า
5. ห้องนี้หันหน้าไปทางทิศไหน

หากห้องของคุณหันหน้าไปทางทิศเหนือ ก็จะได้รับแสงตามธรรมชาติไม่มากนัก หากต้องการเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องเพื่อชดเชย ควรเลือกทาสีผนังด้วยเฉดสีอ่อนโทนอบอุ่น เช่น สีฟ้าเปลือกไข่เป็ด สีเหลืองพริมโรส หรือสีชมพูหวานๆ ในทางตรงกันข้าม ถ้าห้องนี้หันไปทางทิศใต้ ก็มักจะได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ จึงอาจจะต้องทาสีโทนเย็นเพื่อช่วยปรับสมดุล ไม่ให้ห้องดูสว่างจ้าจนเกินไป
6. ห้องนี้อาศัยแหล่งที่มาของแสงจากที่ใดเป็นหลัก

เช่นเดียวกับแสงธรรมชาติ ประเภทของแสงสว่างจากหลอดไฟที่คุณเลือกใช้ในห้องก็ส่งผลอย่างมากต่อรูปลักษณ์และบรรยากาศของห้องนั้น ตัวอย่างเช่น แสงฮาโลเจนจะให้แสงสว่างสีขาวที่ชัดเจนและมักจะสะท้อนสีสันที่ดูเหมือนจริงที่สุด ในขณะที่หลอดไส้ร้อนแบบธรรมดาจะให้แสงออกสีเหลือง ซึ่งจะทำให้สีผนังในห้องมีโทนสีเหลือง ส่วนหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์จะมีลักษณะของแสงที่เย็นกว่า และลดความมีชีวิตชีวาของสีสันลง

การเลือกโทนสีหลักของห้อง

องขนาดเล็ก ควรใช้ผนังสีขาวหรือสีอ่อนที่มีความเข้มน้อย เพื่อให้มีความรู้สึกว่าห้องมีขนาดกว้างขึ้นกว่าที่เป็นจริง ถ้าห้องเพดานสูง ควรใช้ผนังและพื้นสีอ่อน ส่วนเพดานสีเข้มจะให้ความรู้สึกว่าเพดานต่ำกว่าสภาพของจริง ทำให้ห้องไม่สูงมากนักห้องที่มีเพดานต่ำ ถ้าผนังใช้สีเข้ม หรือสีสดที่มีความเข้มมาก จะทำให้มีความรู้สึกว่า เพดานเตี้ยลงมาส่วนพื้นกับเพดานสีอ่อน จะรู้สึกว่าห้องสูงขึ้น เพดานไม่ต่ำมากนักห้องที่รูปร่างแคบและยาว หรือเนื้อที่ทางเดินที่ยาวมาก ๆ ถ้าใช้สีประเภทสีร้อน หรือสดใสที่เห็นได้ชัดเจนกับผนัง ด้านสุดปลายด้านยาว จะช่วยเน้นให้เกิดความรู้สึกว่ามีการสิ้นสุดและช่วยขจัดความรู้สึกว่า ห้องหรือทางเดินนั้น ยาวเกินไปได้ดีขึ้น ส่วนของโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ การรับน้ำหนัก ถ้าใช้สีเข้มที่ขรึมจะให้ความรู้สึกมั่นคง ถ้าใช้ร่วมกับผนังสีอ่อน จะเห็นส่วนที่เป็นโครงสร้างเด่นชัดขึ้น และในทางกลับกัน ถ้าใช้ผนังสีเข้ม ส่วนโครงสร้างสีอ่อน จะดูส่วนโครงสร้างเด่นชัดน้อยลง และลวงตาให้ดูมีขนาดใหญ่ขึ้น
การเลือกคู่สี
การตกแต่งห้องโดยมากจะนิยมการใช้สีโดยเลือกกลุ่มของโครงสีที่ใกล้เคียง มีความกลมกลืนกัน เช่น ในกรณีที่เราเลือกสีโทนร้อน โดยใช้สีพื้นเป็นสีอ่อนได้แก่ สีเปลือกไข่ไก่ โดยมี สีส้ม สีแดง หรือสีน้ำตาล เป็นส่วนตกแต่งอื่นๆ เช่นเป็นคิ้วบัว กรอบประตูหน้าต่าง เป็นต้นบางครั้ง ก็สามารถใช้สีที่ตรงกันข้ามกันหรือสีที่ตัดกันไปเลยเพื่อสร้างจุดเด่น เช่น การใช้สีเขียวเป็นสีพื้นตัดกับจุดเด่นที่มีสีแดง หรือใช้สีเหลืองเป็นพื้นตัดกับจุดเด่นสีม่วง เป็นต้น ในการใช้สีต่างๆ ในห้องต้องคำนึงถึงด้วยว่า ถ้าใช้หลายสีในห้องเดียวกัน ควรพิจารณาถึง เอกภาพของโครงสีทั้งหมด ที่จะไม่ให้ขัดกันหรือแตกแยกแนวทางกัน จนไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตัวอย่างได้แก่ ถ้าเรากำหนดโครงสีโดยรวม ในห้องเป็นสีโทนร้อน ก็ควรกำหนดสีของวัสดุประกอบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้เป็นโทนร้อนด้วยเพื่อมิให้ เกิดความแตกแยกของกลุ่มโทนสี หรืออาจใช้วัสดุโทนเย็นได้ในบางจุดเพื่อสร้างจุดเด่น แต่ต้องใช้ปริมาณหรือพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดการแตกแยกกันของกลุ่มโครงสี
การควบคุมน้ำหนักสี
วิธีที่ง่าย ๆ วิธีหนึ่งในการใช้สีก็คือ ให้ความเป็นกลุ่มก้อนแก่ส่วนรวม โดยให้เนื้อที่ที่ใหญ่ที่สุดนั้นใช้สีอ่อนหรือมีความเข้มของสีน้อย ส่วนเนื้อที่ที่ย่อมลงไปอาจเพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยการใช้สีที่เข้มขึ้นมา ส่วนเนื้อที่เล็ก ๆ ที่ต้องการจะเน้น อาจใช้สีที่เข้มหรือสีแรงมากขึ้น เพื่อความสะดุดตา น่าสนใจก็ได้
สีกับการดูดซับแสง
สีเข้มจะดูดซับแสงได้มากกว่าสีอ่อน (แต่การคายความร้อนไม่ต่างกัน) สีวัสดุที่อยู่ในเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์เจิดจ้า หรืออยู่ในที่ที่ใช้ไฟจาก หลอดฟลูออเรสเซนส์ จะแตกต่างกันดังนั้น ในห้องที่มีความสว่างตามธรรมชาติ เช่น มีประตูหน้าต่างให้แสงเข้าได้มากอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีขาวในเนื้อที่มาก ๆ เพราะจะทำให้เกิดการสะท้อนแสงมากเกินไป ซึ่งทำให้รบกวนสายตาของผู้ที่อยู่ในห้องนั้นนาน ๆ ได้ และการเลือกใช้โครงสีภายในเนื้อที่ใด ควรปรับให้พอดีกับความมืดหรือความสว่างของเนื้อที่นั้นด้วย เช่น ห้องที่ค่อนข้างมืด มีด้านที่เปิดรับแสงได้น้อยถ้าใช้กลุ่มสีที่ทึบเข้มจะยิ่งทำให้ห้องมืดลงไปอีก เป็นต้น

ผ้าม่านที่ควรเลือกใช้

ม่านและมู่ลี่ ความงามบนการบังแสง
หน้าที่หลักของม่านและมู่ลี่ คือ การช่วยบดบัง กลั่นกรองแสงที่ผ่านเข้ามาทางช่องเปิดต่างๆ ทั้งหน้าต่างและประตู นอกจากนี้ หน้าที่รองก็คือ ช่วยในการตกแต่งห้องให้สวยงามได้ ทั้งโดยรูปแบบของมันเอง และผลพวงที่เกิดจากการกรองแสง การจะติดตั้งผ้าม่านหรือมู่ลี่นั้นคงจะมีอยู่ 3 เหตุผลด้วยกัน นั่นคือ สร้างความเป็นสัดส่วน ปิดบังสายตาจากคนนอกที่มองเข้ามาและบดบังทัศนียภาพที่ไม่น่ามองภายนอก, ช่วยป้องกันแสง ที่จะส่องเข้าห้อง และตกแต่งบ้านให้สวยงาม
ผ้าม่านที่ใช้งานทั่วไปมี 2 แบบ คือ ม่านกรองแสงที่จะส่องเข้ามาในห้องมิให้จ้าเกินไป และม่านทึบแสง ที่จะป้องกันมิให้แสง และความร้อน เข้ามา ในบ้านได้ ซึ่งเราสามารถติดตั้งม่านทั้ง 2 แบบ ด้วยกันได้และ สามารถเลือกใช้งานม่านชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยการรูดม่านปิดทีละอย่างไป
1. ผ้าม่านกรองแสง ลักษณะเป็นผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบาสามารถยอมให้แสงผ่านได้มากพอสมควร หลักเกณฑ์ในการเลือกม่านกรองแสงคือ ต้องเลือกสีผ้าแบบสบายตาเพราะถ้าสีฉูดฉาดเกินไปแสงที่ส่องมาจะรบกวนความสบายของสายตาเราได้นอกเหนือจากนั้น จะต้องทำ ความสะอาดง่าย เพราะผ้าที่ยอมให้แสงผ่านได้จะมีลายผ้าที่ห่างซึ่งอาจเป็นที่เก็บฝุ่นละอองได้ง่าย
2. ผ้าม่านกันแสง ลักษณะเป็นผ้าที่มีความทึบแสง มีแสงผ่านได้น้อย อาจมีเนื้อผ้าหลายชั้นและมีน้ำหนักมาก ต้องมีอุปกรณ์ประกอบ และรางม่าน ที่มีคุณภาพดี หลักเกณฑ์ในการเลือกม่านกันแสงคือ ควรจะมีสีในโทนเดียวกับม่านกรองแสง แต่อาจมีโทนสีที่เข้มกว่าได้ และไม่ควรมีลวดลายและ การประดับประดาที่มากเกินไปเพราะจะเป็นที่เก็บฝุ่น จะทำความสะอาดได้ยากซึ่งตามปกติ ม่านกันแสงจะ ทำความสะอาดไม่บ่อยนัก
ม่านนั้นสามารถแบ่งแยกตามวัสดุที่ใช้ทำได้เป็น 2 ชนิด คือ ม่านที่ทำจากผ้าและม่านที่ทำจากวัสดุอื่นๆ เช่น ไม้ พลาสติก แผ่นอะลูมิเนียม ผ้าไวนิลและผ้าใยสังเคราะห์ แต่ละชนิดก็มีลักษณะการใช้งานและการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไป
ม่านที่ทำจากผ้านั้นจะให้ความนุ่มนวล อบอุ่น แถมยังสร้างความสง่างามได้ตามรูปแบบของม่านและชนิดของผ้าได้ด้วย มีข้อดีก็คือ มีรูปแบบให้เลือกใช้มากมาย ทั้งม่านจับจีบแบบธรรมดา ม่าน Roman Blind (มีชื่อเล่นว่า ม่านพับ) แม้กระทั่ง Plastic Roller Blind ที่มีลักษณะเป็นม้วนสำเร็จรูป เนื้อผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านนั้นแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ผ้าทึบและผ้าโปร่ง แบบแรกนั้นสามารถใช้เป็นผ้าม่านได้เลย เพราะเนื้อผ้ามีความทึบช่วยบังแสง บังสายตาได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่อาจจะใช้เป็น 2 ชั้นคู่ผ้าโปร่งก็ได้ โดยตอนกลางวันใช้แค่ชั้นผ้าโปร่งเพื่อปิดแสง ตอนกลางคืนจึงดึงผ้าทึบมาปิดเพื่อกันสายตา
ข้อเสียของม่านที่ทำจากผ้า คือ ปัญหาเรื่องการอมฝุ่นละอองของเนื้อผ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณทำใจยอมรับไว้ล่วงหน้าได้เลย และนั่นก็จะ ทำให้มีอีกปัญหาที่คุณต้องวุ่นวายใจ นั่นก็คือ การทำความสะอาดที่ค่อนข้างยุ่งยากกว่าวัสดุอื่นๆ
หลักการง่ายๆ ในการเลือกโทนสีและลวดลายของผ้าม่าน คือ ถ้าต้องการให้ห้องดูโล่งกว้าง และสบายตาให้เลือกสีโทนอ่อน แต่ถ้าต้องการ ความขรึม สงบนิ่ง ก็เลือกใช้โทนเข้ม แต่ถ้าต้องการความสวยงามของลวดลาย ลายใหญ่ๆ จะทำให้ห้องดูเล็ก ลายเล็กๆ จะทำให้ห้องดูกว้าง
ผ้าม่านที่หนา หนักจะมีความทนทานกว่าผ้าม่านที่บาง ในขณะที่เส้นใยของผ้าใหม ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าไนลอน จะสีซีดจางได้เร็วกว่า ถ้าต้องเจอแสงแดดโลมเลีย ต้องผ้าจำพวกโพลีเอสเตอร์หรืออะคลีลิกถึงทนแดดดีกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใช้ผ้าม่าน 2 ชั้นหรือผ้าม่านที่มีซับใน ปัญหานี้ก็จะลดลงผ้าม่าน 2 ชั้นจะนิยมใช้ในห้องนอน เพราะควบคุมสภาพแสงว่า จะให้สว่างหรือมืดได้จึงสามารถสร้างบรรยากาศโรแมนติคได้ตามต้องการ โดยแสงที่ส่องผ่านผ้าม่านแบบผ้าโปร่งจะเป็นแสงที่นุ่มนวลชวนฝัน ส่วนห้องครัวน่ะ ไม่ต้องติดตั้งหรอก เพราะยุ่งยากในการดูแล เปลี่ยนมาใช้เป็นบานเกล็ดดีกว่า

องค์ประกอบของการจัดสวน

องค์ประกอบสวนองค์ประกอบสำคัญๆ ที่รวมเป็นสวนทั่วไปแล้วจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1. Soft scape

คือ ส่วนที่เป็นต้นไม้ พืชพรรณภายในสวน แบ่งประเภท ดังนี้

ไม้ประธาน จะเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุด ใหญ่ที่สุด เด่นที่สุด สำคัญที่สุด เพราะไม้ประธานจะมีผลกับการเลือกชนิดหรือประเภทของต้นไม้อื่นๆ ในสวนด้วย

ไม้พุ่ม ใช้ปลูกบอกอาณาเขตของสวนสร้างเป็นผนังต้นไม้ปิดอำพรางในส่วนที่ไม่ต้องการให้เห็น สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับสวนมากขึ้น

ไม้คลุมดิน เป็นไม้ระดับล่าง ส่วนมากจะใช้ปลูกที่ขอบแปลงขอบทางเดินเพื่อลดความกระด้างของวัสดุปูทางเดินปลูกคลุมดินในส่วนที่ไม่ต้องการให้เห็นเช่นโคน
ไม้ใหญ่บางคนก็นำมาปลูกสลับกับแผ่นปูทางเดินแทนการ ปลูกหญ้า
2. Hardscape

คือส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างสวนทั้งหมดเช่น ลานคอนกรีตทางเดินในสวนซุ้มระแนงไม้ บ่อน้ำ น้ำพุบ่อปลา สำหรับคนที่มีงบจัดสวนที่จำกัดควรลดงานในส่วนนี้ลงเพราะหากรายละเอียดเยอะเท่าไหร่จะทำให้งบประมาณมีมากขึ้นแต่ต้องไม่ลืมประโยชน์ใช้สอยหลักๆ ที่เราต้องการในสวนคืออะไร บางท่านก็ต้องการสวนสำหรับปาร์ตี้ แต่บางท่านก็ต้องการสวนสำหรับนั่งพักผ่อน

3. ระบบน้ำและระบบแสง น้ำ

มีความจำเป็นมากในการจัดสวน การวางระบบน้ำในสวนจึงมีความสำคัญทั้งระบบสปริงเกลอร์ และแบบสายยาง และต้องเกี่ยวโยงไปถึงบ่อปลา น้ำตก ซึ่งเกี่ยวข้องกับส่วนฮาร์ดสเคป โดยต้องคำนึกว่าระบบน้ำที่เลือกใช้เหมาะกับรูปแบบสวนของเราหรือไม่เพราะหากเป็นป่าดิบชื้นหรือสวนทรอปิคอลควรเลือกระบบสปริงเกลอร์ตั้งเวลาเปิดปิดได้เพื่อให้ต้นไม้ได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เช่นเดียวกับระบบแสงในสวนเพื่อให้การใช้งานในยามค่ำคืนเกิดปลอดภัยจึงควรวางระบบแสงในพื้นที่สวนด้วย

4. เฟอร์นิเจอร์ชุดสนามชุดโต๊ะเก้าอี้เหล็กม้านั่งยาวสักตัวหรือโต๊ะตัวยาว

ไว้สำหรับกิจกรรมนั่งเล่นอ่านหนังสือใต้ร่มเงาไม้ ส่วนเรื่องของจำนวนหรือขนาดของชุดสนามก็ต้องดูความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ควรจัดวางให้ถูกจังหวะ ถูกตำแหน่งจะทำให้น่านั่งมากยิ่งขึ้น

5. ของตกแต่ง

นอกจากสีสันของดอกไม้ใบไม้แล้วกระถางต้นไม้สวยๆสไตล์ยุโรป เอิร์นของตกแต่งรูปเด็กสัตว์ต่างๆบ้านนก ตู้จดหมาย รวมทั้งอุปกรณ์ทำสวนก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ภาพรวมของสวนน่าดู แต่ก็ควรดูจากขนาดพื้นที่เป็นหลักเช่นเดียวกัน ถ้าพื้นที่ไม่มากก็อาจจะลดจำนวนลดขนาดให้เล็กลงสวนจะได้ไม่ออกมาแน่นจนเกินไป

เลือกซื้อตู้เย็นอย่างไรให้คุ้มค่า

ซื้อตู้เย็นให้คุ้มค่า ควรพิจาณาอะไรบ้าง?

การเลือกซื้อตู้เย็นตู้เย็นเพื่อใช้ประจำบ้านสักตู้ไม่ใช่เรื่องที่ยากครับ เพียงเรารู้จำนวนคนในบ้านกับปริมาณการกินในแต่ละวัน การหาอาหาร (ซื้อ) มาเก็บตุนไว้เพื่อรอประกอบอาหาร เราก็พอจะคิดในใจได้ว่าจะต้องซื้อตู้เย็นใหญ่หรือตู้เย็นเล็กจึงจะเหมาะกับครอบครัวตัวเอง

ตู้เย็นประหยัดไฟคือเป้าหมายหลัก

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการพลังงานหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เราก็ควรจะคำนึงถึงความสามารถในการให้ความเย็นตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ต้องช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เราต้องจ่ายทุกเดือนด้วยถูกไหมครับ? และจุดสำคัญที่ควรจะโฟกัสในเรื่องของการเลือกตู้เย็นที่ประหยัดไฟที่สุด ก็มีหลักการที่ทุกคนควรจะคำนึงถึง ดังนี้ครับ

ต้องเป็นตู้เย็นที่ให้ความเย็นคงที่สม่ำเสมอ

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าตู้เย็นมีของเต็มตู้นั้น จะกินไฟมากกว่าตู้เย็นที่ไม่ค่อยมีของ แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะตู้เย็นที่มีของเต็มพอดีๆ ไม่อัดแน่นจนหยิบไม่ได้ เวลาเราเปิดตู้เย็นอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า เนื่องจากมีสิ่งของอยู่ภายในความเย็นจึงไหลออกมาภายนอกได้ยากกว่า
แต่ถ้าเป็นตู้เย็นที่โล่งจนเกินไป ความเย็นที่ควรจะหมุนเวียนภายในก็จะไม่ถูกอะไรขวางกั้นเอาไว้ ทำให้เวลาเปิดประตูตู้เย็นหนึ่งที ความเย็นก็จะระเหยออกไปข้างนอกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อตู้เย็น ขั้นแรก จะต้องคำนึงว่าเราสามารถใช้งานตู้เย็นนั้นๆ ได้เต็มที่แบบพอดีๆ กับครอบครัวของเราหรือเปล่าครับ
นอกจากนั้น หากเป็นตู้เย็นที่มีระบบช่วยปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ให้สามารถปรับกำลังการทำความเย็นตามระดับความชื้นและรูปแบบการใช้งานช่องแช่ต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ไม่ดับเครื่องอย่างปุบปับเมื่อไฟดับหรือไฟกระชาก ก็จะทำให้ตู้เย็นเครื่องนั้นสามารถรักษาระดับอุณหภูมิได้ต่อเนื่องยิ่งขึ้นครับ

มีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยประหยัดไฟ

ตู้เย็นในปัจจุบันได้ถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วครับ อย่างระบบกดน้ำเย็นให้ดื่มจากนอกตู้เย็น ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากของการใช้งานตู้เย็นมากขึ้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องเปิดตู้เย็นหาขวดน้ำที่แช่ไว้ หรือตู้เย็นบางรุ่น จะมีฟีเจอร์ที่สามารถแบ่งโซนควบคุมอุณหภูมิในตู้ได้อย่างเร่งด่วน ทำให้เราสามารถละลายน้ำแข็ง หรือแช่เครื่องดื่มที่ต้องการให้เย็นโดยเร็วได้สะดวกขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วยเพราะไม่จำเป็นต้องปรับอุณหภูมิทั้งตัวเครื่อง

สำคัญที่สุดคือระยะเวลารับประกันและความคงทน

สิ่งที่ควรพิจารณาข้อสำคัญในการเลือกตู้เย็น ก็คือความแข็งแรงคงทนและการรับประกัน เพราะตู้เย็นจัดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่ซื้อครั้งหนึ่งก็ต้องใช้กันเป็น 10 ปีเลยทีเดียว ดังนั้นความคงทน จึงเป็นข้อควรพิจารณาว่าตู้เย็นนี้มีการรับประกับชิ้นส่วนต่างๆ รับประกันในตัวทำความเย็นนานเพียงใด นั่นคือความอุ่นใจระยะยาวที่คุณสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง ดังนั้นควรเลือกตู้เย็นที่มีระยะเวลาการรับประกันที่ยาวนานครอบคลุมระยะเวลาตามที่เราวางแผนเพื่อใช้งานได้จะดีมาก

“ฮวงจุ้ย” โต๊ะทำงานให้สมดุล

10 เทคนิคปรับ “ฮวงจุ้ย” โต๊ะทำงานให้สมดุล (Momy Pedia)

จัดโต๊ะทำงานอย่างไรให้เสริมพลัง เพิ่มความสำเร็จ ในการทำงาน
ทคนิคง่ายๆ ในการปรับฮวงจุ้ยที่ทำงาน ที่จะช่วยเสริมพลังความสำเร็จในงานให้กับ working mom เช่นคุณ

1. ตำแหน่งโต๊ะทำงานที่ดี อย่างแรกให้ดูที่ตำแหน่งด้านหลัง เพราะทางฮวงจุ้ยข้างหลังถือว่าข้างหลังหมายถึงความมั่นคง ถ้านั่งหันหลังให้กระจกซึ่งเป็นวัตถุที่มีการสะท้อนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าหน้าที่การงานของคุณไม่แน่นอนแล้วนะคะ ทางแก้คือหามู่ลี่มาปิดทับบริเวณด้านหลังให้ทึบอยู่ตลอดเวลา หรือถ้ามีตู้ทึบอยู่ด้านหลังก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดี ควรนั่งหันหลังให้กำแพงและหารูปภาพมาติดไว้ตรงบริเวณด้านนี้ โดยเลือกที่มีความหนักแน่น เช่น ภูเขา ส่วนทิศทางตำแหน่งของการนั่งนั้น ถ้าเป็นห้องส่วนตัว ควรตั้งโต๊ะไว้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้อย่างชัดเจน

2. พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู เพราะจะถูกนินทาว่าร้ายเอาได้ และไม่ควรนั่งหลังลอยหรือนั่งหันหลังให้ประตู เพราะอาจถูกแทงข้างหลังจากเพื่อนร่วมงานได้ค่ะ แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรหาฉากหรือต้นไม้มาคั้นระหว่างประตูหรือโต๊ะทำงาน

3. ไม่ควรให้โต๊ะทำงานหันไปชนกับมุมเสา เพราะจะทำให้เจอแต่เรื่องไม่ค่อยดี ถ้าหลีกเลี่ยงได้ให้หาคริสตัลมาวางสะท้อนพลังงานด้านลบออกไป

4. หันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าคุณต้องนั่งรวมกับคนอื่น ควรพยายามหันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และหลีกเลี่ยงการหันหน้าโต๊ะเข้าหากัน เพราะเดี๋ยวจะเม้าท์กันเพลินจนลืมทำงาน (แทนที่งานจะรุ่ง เดี๋ยวจะถูกเจ้านายเพ็งเล็งเอา)

5. แก้เคล็ดหากนั่งใต้คาน ถ้าใครที่นั่งใต้คานจะส่งผลให้คนๆ นั้นมีความเครียดสูง การงานไม่ราบรื่น หรือทำงานผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในแผนกบัญชีหรือการเงิน อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ทางแก้ไขมีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุด คือการใช้คานให้เป็นประโยชน์ด้วยการแขวนนาฬิกา หรือติดหลอดไฟไว้ใต้คาน

6. วางของสูงที่มุมโต๊ะด้านซ้าย ที่ด้านซ้ายของโต๊ะทำงาน เป็นตำแหน่งแห่งอำนาจในการทำงาน ให้วางของที่มีความสูงมากที่สุดเอาไว้มุมนี้ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชั้นวางเอกสารสูงๆ และควรที่จะมีต้นไม้เล็กๆ วางไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ จะเป็นต้นตะบองเพชร เฟิร์น เพื่อเป็นการลดความแรงของสนามแม่เหล็กจากจอคอมพิวเตอร์

7. ของที่ควรหลีกเลี่ยงบนโต๊ะทำงาน ควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งบนโต๊ะทำงาน หรือรูปภาพที่เป็นรูปสัตว์ในสิบสองปีนักกษัตร เช่น หนู งู ม้า ไก่ ลิง ฯลฯ เพราะสิ่งที่เราตั้งอาจกลายเป็นการชงปะทะกันเองกับปีเกิดของตัวเอง หรือผู้ที่มาติดต่อโดยไม่รู้ตัว ถ้าที่ดี (ทางแก้ไขแนะนำให้ตรวจสอบในตารางของคลังคู่มิตรปีเกิด)

8. ของที่เหมาะกับด้านขวาของโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งของการประสานงาน ความราบรื่น ให้วางพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีความสูงน้อยไว้ในส่วนนี้

9. เสริมพลังตรงด้านหลังของโต๊ะ หากมีชั้นหรือมีพื้นที่วางของได้ ให้หา “เต่าคริสตัล” มาวาง เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานด้านการสนับสนุน และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

10. ดูดซับพลังงานตรงด้านหน้าของโต๊ะ ตรงนี้ถือเป็นจุดรับพลังงานต่างๆ ที่จะไหลเข้ามาสู่โต๊ะโดยตรง ให้หาแก้วน้ำใส่น้ำและหินเก๋ๆ มาวางประดับอะไร เพื่อดูดซับพลังงานที่ดี

ข้อควรรู้ในการเลืกซื้อที่นอน

10 ข้อควรรู้ในการเลืกซื้อที่นอน
1. ถ้าเดิมที่นอนของคุณเป็นที่นอนนุ่นและใช้มานานแล้วควรวัดขนาดเตียงนอนไปด้วย
2. เลือกซื้อจากร้านค้าที่มีคำอธิบายให้คุณ ไม่ใช่ให้คุณตัดสินใจเองอย่างเดียว และเน้นแต่เรื่องถูก แพงเท่านั้น
3. ปัจจุบันร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มาตราฐานจะมีที่สำหรับทดลองนอน เพื่อจะได้พอทราบว่าที่นอนที่จะซื้อนุ่มแข็งประมาณใด ถึงตรงนี้แล้วสำหรับท่านสุภาพสตรีมีข้อแนะนำว่าถ้าทราบว่าจะไปเลือกซื้อที่นอนควรสวมกางเกงไปเพื่อความสะดวก
4. กรณีที่นอนสปริง สำหรับขนาด 6 ฟุต ราคาขายไม่ควรต่ำกว่า ห้าถึงหกพันบาท ถูกกว่านี้น่ากลัว
5. กรณีที่นอนคุณต้องนำขึ้นชั้นบนควรสอบถามและแจ้งผู้ขายด้วยว่าสามารถพับงอเวลาขนย้ายได้มากน้อยขนาดไหนทั้งนี้เรื่องขนส่งทางผู้ขายต้องทราบวิธีการพับหรือม้วนงอของที่นอนด้วย
6. ถ้าห้องนอนของคุณไม่คับแคบจนเกินไปและเป็นการเลือกซื้อพร้อมเตียงนอนใหม่สำหรับนอนสองคนควรเลือกขนาด 6 ฟุต มากกว่า 5ฟุต เพราะคุณจะสามารถหาผ้าปูที่นอนได้ง่ายกว่าและส่วนต่างของราคา 5ฟุตและ6ฟุตต่างกันน้อยมากที่สำคัญประเภทและแบบของเตียงนอนและที่นอน 6 ฟุตมีให้เลือกมากกว่า5ฟุต
7. ทุกครั้งของการเลือกซื้อที่นอนควรดูสินค้าให้เรียบร้อยจดจำรายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันและต้องมีใบรับประกันตามตกลงพร้อมประทับตราและวันที่เริ่มรับประกันไม่ใช่เพียงมีแต่ผ้าคาดว่ารับประกันกี่ปี หรือใบโฆษณาเท่านั้น ที่นอนทุกหลังปัจจุบันทาง สคบ. กำหนดให้มีการแจ้งรายละเอียด ราคา วัสดุที่ใช้ ผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ติดไว้ที่ที่นอนทุกหลัง
8. ราคากับการรับประกันควรสอดคล้องกัน เช่นรู้ทั้งรู้ว่าที่นอนที่ซื้อในราคาที่ไม่สูงมากแต่รับประกันเป็น ๑๐ปีอย่างนี้น่ากลัว สัญลักษณ์ต่างๆ ในปัจจุบันที่ติดไว้กับที่นอน เช่น ป้องกันไรฝุ่น ป้องกันเชื้อรา ผ้านอก สถาบันต่างๆที่รับรอง ทั้งเมืองไทยและเมืองนอน มักโฆษณาเกินจริง
9. ที่นอนที่มาตรฐานจะมีป้ายติดหมายเลขประจำที่นอน (จะเป็นป้ายผ้าเล็กๆติดอยู่กับป้ายแสดงยี่ห้อที่นอน) และต้องตรงกันกับหมายเลขในบัตรรับประกันด้วย
10. ถ้าคุณไม่รู้จักทางผู้ขายดีพอควรชำระเงินหลังจากขนส่งที่นอนถึงห้องนอนของคุณเรียบร้อยแล้ว เพราะที่นอน
อาจมีปัญหาจากการขนส่งได้ที่สำคัญควรขอใบเสร็จรับเงินเพื่อเก็บไว้คู่กับใบรับประกัน
ข้อดีข้อเสียของที่นอนแต่ละประเภท

ที่นอนนุ่น ข้อดีคือคุณสามารถยกที่นอนมาผึ่งแดดได้เพราะที่นอนแบ่งเป็นสามท่อนต่อกัน แต่ต้องระวังให้ดีว่าต้องซื้อกับผู้ผลิตที่ใช้แต่นุ่นใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ปนเศษผ้า เศษฝ้ายหรือวัสดุอื่น และต้องเลือกที่ใช้ผ้าไหมญี่ปุ่นจะทนกว่าผ้าย่นหนังไก่(ข้อสังเกตุผ้าไหมญี่ปุ่นจะเลื่อมและมันวาวปักซ่อนลายดอกไม้อยู่ในเนื้อผ้าแต่ ผ้าย่นหนังไก่จะเป็นลายดอกไม้แดงๆและเป็นขน) ที่สำคัญที่นอนนุ่นแท้จะตบดูจะแน่นมากแต่เวลายกดูจะเบา
ที่สำคัญถ้าคุณไม่ใช้เตียงนอนไม่แนะนำที่นอนนุ่นแบบต่อสามท่อนเพราะไม่มีขอบเตียงบังคับที่นอนจะขยับไม่ติดกัน (ราคาโดยประมาณ 6ฟุตหนา8นิ้ว ประมาณ 5000 บาท)

ที่นอนฟองน้ำ ใยมะพร้าว

ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันแบ่งที่นอนประเภทนี้เป็นสามแบบ
ที่นอน๑ระบบ คือใยมะพร้าวล้วน ข้อดีคือจะยุบยาก แต่จะเหมาะสำหรับคนนอนที่นอนแข็งได้ ความหนามีตั้งแต่ 4 นิ้ว ๖นิ้วและ๘ นิ้ว กรณีใยมะพร้าวอย่างดี หนาเต็ม 8 นิ้ว ราคาพอพอกับที่นอนสปริงเลยทีเดียว
ที่นอน๒ระบบคือที่นอนที่ใช้วัสดุอย่างละครึ่งหรืออาจจะไม่เท่ากันก็ได้ แต่ประกอบด้วยฟองน้ำและใยมะพร้าว นี่แหละครับคือที่มาของปัญหาที่นอนยุบ เช่นที่นอนฟองน้ำใยมะพร้าว หนา 6 นิ้ว สองระบบ อาจจะใช้ใยมะพร้าว 3 นิ้วฟองน้ำ 3 นิ้ว หรือใย 4นิ้ว ฟองน้ำ 2 นิ้ว เวลาที่นอนยุบเกิดจากในส่วนฟองน้ำที่ไม่ได้คุณภาพยุบก่อนทำให้ใยมะพร้าวที่ติดกันอยู่หย่อนลงทำให้ที่นอนเป็นหลุมหรือแอ่งนั่นเอง

ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้ที่นอนประเภทนี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพของฟองน้ำให้มากมาก
ที่นอน 3 ระบบ วัสดุภายในจะเป็นลักษณะ แซนวิช คือมีใยมะพร้าวอยู่ตรงกลาง บนและล่างจะเป็นฟองน้ำ ที่นอนประเภทนี้อยู่ที่การจัดวาง ขนาดความหนาและเกรดของใยและฟองน้ำถ้าเหมาะสมก็จะไม่ค่อยเกิดอาการที่นอนยุบเหมือนประเภท ๒ ระบบ
ที่นอนสปริง ที่นอนสปริงเป็นที่นิยมกันมาก
เทคโนโลยีของสปริงมาจากเมืองนอก กรณีที่ใช้ลูกสปริงที่ได้มาตรฐานและจัดวางวัสดุได้มีคุณภาพถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด สังเกตุง่ายๆเวลาเราไปพักตามรีสอร์ท โรงแรม จะใช้ที่นอนสปริงทั้งนั้น ไม่ดีจริง ไม่ทนจริง โรงแรม คงไม่ใช้ เปลี่ยนบ่อยๆคงขาดทุนยับครับติดแต่เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงถ้าเป็นสปริงแท้ ว่าแต่ส่วนใหญ่ถ้าผู้ซื้อไม่ค่อยสู้ราคานักก็ได้เพียงที่นอนขดลวดไปนอนแทนวันดีคืนดีก็มีเส้นลวดแทงออกมาให้อึ้ง ทึ่ง เสียวกันเล่นๆ

ราคาของที่นอนสปริงจะถูกกำหนดด้วย ตัวโครงสร้าง ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนเลยว่าราคาขายที่ต่ำกว่า ห้า หกพันบาทสำหรับ ขนาด 6ฟุต มองผ่านได้เลยครับ ไม่มีทางได้ของดี ยกเว้นร้านค้าที่ไว้ใจได้แต่คิดไม่แพงก็ควรจะอยู่ที่ สี่พันบาท แต่ร้านทั่วไปลืมไปได้เลย ความหนาของที่นอนสปริงเริ่มต้นที่ 8 นิ้วขึ้นไป เพราะถูกบังคับด้วยตัวลูกสปริงที่สูงประมาณ 5 ถึง 6 นิ้วแล้ว ผ้าที่หุ้มที่นอน ตามโรงแรมใช้ ผ้าริ้วเทา เพราะค่อนข้างทน (คล้ายๆผ้ายีนส์แต่บางกว่าและเป็นทางยาวสีเทาขาว)
แต่ทั่วไปจะเป็นผ้านอก นอกต้องนอกจริงๆคือเมืองนอน เช่นผ้าแจกการ์ด เยอรมัน ทุกวันนี้ถ้าราคาไม่เป็นหมื่นเจอผ้าจีน

การเลือกซื้อโซฟา

หลายคนคิดว่าการเลือกซื้อโซฟาเป็นเรื่องง่าย เหมือนดั่งกับว่าคู่รักที่เพิ่งแต่งงานแล้วเดินเลือกซื้อโซฟาด้วยกัน เมื่อถูกใจก็ยกกลับไปตั้งที่บ้าน หลังจากนั้น 1 ปีผ่านไป คุณก็ยังคงได้รับความสะดวกสบายและความสุขจากโซฟาตัวนั้น คุณคงคิดแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องยากที่คุณจะได้โซฟาที่ดี และอยู่คู่บ้านคุณไปอย่างยาวนานโดยไม่เสื่อมคุณภาพ

มีวิธีการเลือกโซฟาแบบสั้นๆ กระชับๆ และใช้ได้จริงมาฝากทุกคน พร้อมแล้วไปเดินเลือกซื้อโซฟาด้วยกันเลยนะคะ

1.รูปร่าง โซฟามีรูปร่างที่หลากหลายและแตกต่างกัน แล้วอันไหนล่ะที่เหมาะกับคุณมากที่สุด จุดแรกที่คุณต้องพิจารณาคือดูรูปร่างและแบบของห้องที่คุณจะนำโซฟาไปตั้ง พิจารณาคอนเซ็ปต์โดยรวมที่คุณต้องการ อย่างเช่นถ้าห้องของคุณมีพื้นที่เล็กๆ แคบๆ คุณควรเลือกโซฟาแบบที่มีขาเพื่อลวงตาทำให้ห้องดูมีพื้นที่มากกว่าที่เห็น แต่หากห้องของคุณมีขนาดใหญ่ความยืดหยุ่นในการเลือกโซฟานั้นย่อมมีมากกว่าอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วย

2.ขนาด มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณคิดว่าจะมีจำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องของคุณให้เหมือนห้องของคุณเป็นโชว์รูม มันจะเป็นไปได้มากกว่าถ้าคุณจะเดินไปที่แผนกโซฟาแล้วพิจารณาขนาดว่ามันเหมาะสมกับห้องของคุณมากน้อยแค่ไหน และต้องใช้พื้นที่ขนาดไหนในการวางมัน และถ้าคุณจะใช้โซฟาแทนที่เก้าอี้ยาวตัวเดิม คุณต้องแน่ใจว่าขนาดที่คุณต้องการคือขนาดไหน

3.โครงโซฟา มันเป็นความคิดที่ดีที่คุณจะหาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างโซฟาของคุณ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาเลือกโซฟาที่ทำจากผ้าอย่างเดียว คุณอาจต้องพิจารณาเรื่องกรอบของโซฟาที่ทำจากไม้เนื้อแข็งจะทำให้โซฟาทนทานกว่า ข้อต่อของโซฟา กรอบโลหะ รวมไปถึงหลักในข้ออื่นๆ ด้วย

4.เบาะ และ สปริง เป็นอีกส่วนที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญพอๆ กับโครงสร้างโซฟา เพราะอย่างสปริงนั้นอาจมีคุณภาพที่หลากหลาย ในโซฟาราคาถูกมันอาจจะไม่ได้มีสปริงในจำนวนที่เหมาะสมอยู่ภายใน ซึ่งมันมีผลมากต่อการนั่ง การนอนที่สะดวกสบาย รวมไปถึงความทนทาน เช่นเดียวกับเบาะที่เราต้องให้ความสำคัญพอๆ กับการเลือกที่นอน โดยเบาะที่นั่งนั้นควรเหมาะกับสรีระของคุณในขณะที่คุณนั่ง และมันควรคืนรูปเมื่อคุณลุกขึ้น อย่าลืมว่าโซฟาที่คุณไปลองนั่งในโชว์รูมนั้นผ่านการนั่งมาจากลูกค้าจำนวนหลายคน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทันทีที่คุณไปนั่ง คุณจะรู้สึกว่าโซฟาตัวนั้นกระชับมาก

5.ด้านหลัง และความสูงของที่วางแขน ความสูงเฉลี่ยด้านหลังของโซฟาคือ 92 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นโซฟาในรูปแบบที่ร่วมสมัยอาจมีความสูงต่ำกว่านี้โดยอยู่ที่ประมาณ 83 เซนติเมตร ถ้าคุณเลือกเก้าอี้ยาวแล้วด้านหลังสูงมันจะดีมากถ้าคุณวางเก้าอี้ยาวตัวนั้นติดกับผนัง หากคุณวางแผนว่าจะปรับโซฟาให้สามารถเอนนอนได้ อย่าลืมเลือกโซฟาแบบที่มีที่วางแขนท่อนล่างด้วย เพราะเวลานอนคุณจะได้นอนได้อย่างสบายตัว

6.ผ้า ผ้าลินินหรือหนัง ถ้าคุณเป็นคนที่มักใช้เวลานานๆ อยู่กับโซฟา โซฟาทำจากหนังก็มีความทนทาน ทำความสะอาดง่ายและยังให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ก็อีกนั่นแหละโซฟาหนังยังต้องการการดูแลรักษาค่อนข้างมาก แต่ถ้าเลือกผ้าฝ้ายมันก็ช่วยคลายร้อนในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ขณะเดียวกันมันก็เปรอะเปื้อน เลอะเทอะง่าย แต่ถ้าบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวอยากแนะนำให้เลือกเป็นผ้าโดยอาจเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์เนื่องจากมันยากต่อการเกิดรอยและการขาด

7.ราคา ถ้ามันจะเป็นโซฟาที่คุณใช้ไปตลอดชีวิต คุณอาจเลือกโซฟาที่คุณสามารถจ่ายเงินได้ แต่อย่าลืมว่าคุณภาพและความประณีตมักเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ดังนั้นคุณลองไปเดินดูของที่ลดราคา คุณอาจจะได้โซฟาคุณภาพดีในราคาที่ลดลง ซึ่งดีกว่าคุณไปเลือกโซฟาราคาถูกอย่างแน่นอน

8.ความสะดวกสบาย สมมุติว่าคุณได้ลองนั่งโซฟาคุณก็ควรพิจารณาว่าเวลาคุณใช้จริงคุณจะนั่ง จะนอนในท่าไหนจากนั้นตัดสินใจจากความสะดวกสบายที่คุณได้รับ ถ้าคุณต้องการซื้อโซฟาไปนอนด้วยคุณก็ควรทดลองนอน โซฟาที่ดีนั้นก็ต้องเป็นส่วนผสมของสุนทรีกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้ถูกใจนั้นง่ายกว่าที่คิด เพียงเลือกสินค้าตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

เลือก BTU ที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง
เลือกประเภทของเครื่องปรับอากาศ
เลือกระบบการทำงาน
เลือกยี่ห้อและรุ่น
เลือกการติดตั้ง

การเลือก BTU ของเครื่องปรับอากาศ

BTU (BRITISH THER MAL UNIT) คือ ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วย ดังนี้ 1 ตันความเย็น เท่ากับ 12000 BTU/HR. ซึ่งเป็นค่าประสิทธิภาพที่แสดงว่า เครื่องปรับอากาศมีความสามารถในการนำพาความร้อนออกจากห้องในเวลา 1 ชั่วโมง เราควรเลือก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง โดยใช้การเปรียบเทียบการเลือกขนาดของ BTU กับพื้นที่ห้อง ดังนี้

BTU/Hr. ขนาดห้องปกติ ห้องที่โดนแดด
9,000 9 – 14 ตร.ม. 9 – 13 ตร.ม.
12,000 14 – 20 ตร.ม. 13 – 17 ตร.ม.
18,000 20 – 28 ตร.ม. 17 – 25 ตร.ม.
24,000 28 – 36 ตร.ม. 25 – 33 ตร.ม.
30,000 36 – 44 ตร.ม. 33 – 41 ตร.ม.
36,000 44 – 59 ตร.ม. 41 – 55 ตร.ม.
42,000 59 – 65 ตร.ม. 55- 61 ตร.ม.
48,000 65 – 76 ตร.ม. 61 – 70 ตร.ม.

ทำไมต้องเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้พอดี

เลือกแอร์ใหญ่เกินไป คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยครั้ง สิ้นเปลืองพลังงาน ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัว ราคาและค่าติดตั้งสูงขึ้น

เลือกแอร์เล็กเกินไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา สิ้นเปลืองพลังงาน อายุการใช้งานสั้น ห้องไม่เย็น หรือเย็นช้า

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

  1. จำนวนและขนาดของหน้าต่าง
  2. ทิศที่แดดส่องถึงหรือทิศที่ตั้งของห้อง
  3. วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม่
  4. จำนวนคนใช้งานในห้อง
  5. จำนวนและประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง

 

ความแตกต่างของแอร์ที่มีระบบ Inverter และแอร์ธรรมดา ที่ไม่มีระบบ Inverter

แอร์ธรรมดา
สิ้นเปลืองไฟ เนื่องจากจะทำงานจนกว่าแอร์เย็นจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้วแอร์จะหยุดทำงาน และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ระดับคอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะทำงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการสตาทร์ตัวเองจะกินไฟมากกว่าช่วง Run ประมาณ 3-5 เท่า จะเกิดเสียงทุกครั้งเมื่อระบบเริ่มการทำงานใหม่
แอร์ที่มีระบบ Inverter
ประหยัดไฟกว่า เพราะว่าคอมเพรสเซอร์แอร์สตาร์ทครั้งเดียวและจะทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีลดรอบการทำงาน
แอร์ทำงานเงียบเพราะเมื่ออุณหภูมิเย็นตามที่เราตั้งไว้รอบคอมเพรสเซอร์แอร์จะต่ำทำให้เสียงเงียบ และจะไม่มีเสียงสตาร์ทตัวของคอมแอร์ตลอดระยะเวลาใช้งาน
ทำไมต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์
เนื่องจากแอร์อินเวอร์เตอร์สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ทั่วไป ดังนั้นถึงแม้ว่าแอร์อินเวอร์เตอร์จะมีราคาสูงกว่าแอร์ทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าที่ลดลงในแต่ละเดือนจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาอันสั้น เพียง 1-2 ปี ซึ่งอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไปอยู่ที่ 10-15 ปี จึงคุ้มค่าแก่การลงทุน
DC Inverter คอมเพรสเซอร์ทำงานแตกต่างจากคอมเพรสเซอร์ทั่วไปอย่างไร
การทำงานของ DC Inverter จะสอดคล้องกับปริมาณความเย็นที่ต้องการ ในช่วงของห้องที่ต้องการความเย็นมาก คอมเพรสเซอร์จะทำงานที่รอบสูงและพัดลมจะหมุนเร็ว แต่ในช่วงที่อุณหภูมิใกล้เคียงค่าที่ต้องการแล้ว คอมเพรสเซอร์จะลดงรอบการทำงานลงและพัดลมก็หมุนช้าลงด้วย ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทั่วไป ทั้งคอมเพรสเซอร์และพัดลมจะหมุนด้วยความเร็วคงที่ตลอดการทำงาน
การติดตั้งและการดูแลรักษาแอร์

การติดตั้งที่ถูกต้องและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และมีอายุการใช้งานยืนยาว
การติดตั้งแผงระบายความเย็นในห้อง (Fan Coil Unit)
ควรตั้งในบริเวณที่สามารถกระจายลมได้ทั่วห้อง อย่าติดตั้งเครื่องในมุมอับ
อย่าให้สิ่งของกีดขวางทางไหลของอากาศ เพราะจะทำให้อากาศหมุนเวียนไม่สะดวก
บริเวณที่ติดตั้งเครื่อง ต้องแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานได้
หลีกเลี่ยงการวางแฟนตอยส์ยูนิตใกล้กับประตู หน้าต่างหรือพัดลมดูดอากาศ
ควรวางแฟนคอยส์ยูนิตในบริเวณที่สามารถตรวจซ่อมภายหลังได้อย่างสะดวก

เทรนด์ไอเดียเนรมิตOutdoor

เทรนด์ไอเดียสุดว้าว! เนรมิตOutdoor เปล่าๆให้กลายเป็นพื้นที่ใช้สอยสุดฮิป!

ยุคสมัยนี้ จะหยิบจะจับอะไร ก็ต้องดูดีดูฮิปไว้ก่อน จะเห็นได้จากไลฟ์สไตล์ของคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบันที่เน้นงาน Craft ทั้งการถ่ายรูปก็ต้องมีองค์ประกอบที่สวยไว้ก่อน หรือจะใส่เสื้อผ้าก็ต้องงานแฮนด์เมดมีชิ้นเดียวในโลก หรือแม้กระทั่งของตกแต่งบ้านก็ต้อง DIY ด้วยตัวเอง และแน่นอนว่าเรื่องการแต่งบ้านก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะการรีโนเวทมุมบ้านให้กลายเป็นมุมใหม่ที่น่าสนใจ วันนี้เราเลยมีไอเดียมานำเสนอเกี่ยวกับการอยู่อาศัยแบบผสมผสานที่ไม่ใช่การสร้าง Space อยู่แค่ในบ้านเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่นอกบ้านก็คือ Living Space เช่นเดียวกัน หรือเรียกว่า “The combination of Living” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะเค้าเชื่อว่า “บ้าน” ที่ดี ควรเชื่อมโยงกันได้ทั้ง Indoor และ Outdoor และพื้นที่ Outdoor นี่แหละ ที่ช่วยทำให้การใช้ชีวิตในบ้านไม่น่าเบื่อเหมือนที่เคย

Idea ซุ้ม chit-chat..

ทำไมการนั่งคุยกัน ต้องจำกัดแค่โซฟา หรือห้องนั่งเล่น ในเมื่อมุมเขียวๆ ของสนามหญ้าหน้าบ้าน หรือมุมท้องฟ้านอกบ้านน่าดึงดูดกว่าตั้งเยอะ วิธีง่ายๆ แค่ลองนำไม้มาดัดแปลงทำเป็นที่นั่งเล็กๆ โดยอาศัยเงาจากต้นไม้เป็นร่มบังแดด ข้างๆ จัดโต๊ะญี่ปุ่นสีขาวมาซัก 1 ตัว วางน้ำส้มเย็นๆ ไว้ 2 แก้วกันคอแห้ง หรือจะเอา Bean Bags มากองๆ ไว้นอกชานซัก 2-3 ตัว วางโต๊ะไม้กลมเล็กๆ ไว้ 1 ตัว เพิ่มชั้นวางหนังสือไม้ 3 ชั้นไว้ที่มุมบ้าน แค่นี้ มุม Chit Chat ก็บังเกิดนอกจากจะ Chit Chat กันเองแล้ว ยังเนรมิตพื้นที่ Outdoor ให้เป็นห้องรับแขกเอาไว้ Chit Chat กับแขกคนสำคัญได้อีกด้วย เพียงปูไม้ระแนง แล้วหาโซฟาเบาะนุ่มๆ มาวาง เว้นพื้นบางส่วนไว้สำหรับปลูกไม้ประดับต้นเล็กๆ น่ารักๆ หรือถ้าใครไม่มีสวน ก็ให้ปูหญ้าเทียมสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอเหมาะไว้ตรงกลางพื้น วางเก้าอี้โซฟา หรือม้านั่งตัวยาวนอนเล่นได้ ไว้ฝั่งตรงกันข้ามกัน สร้างบรรยากาศในการพูดคุยกันได้อย่างลงตัว ไอเดียเก๋ขนาดนี้ รับรองว่าแขกไปใครมาแทบไม่อยากกลับเลย

แทงบอล หนังx xxx เสื้อผ้าแฟชั่น